เรื่องของวัยรุ่นในปัจจุบันจนไปถึงชิวิตวัยผู้ใหญ่           

วัยรุ่นผู้หญิง และ วัยรุ่นผู้ชาย           

 ผู้หญิงหัวเราะ à เค้าเรียกผู้หญิงอารมณ์ดี                

ผู้ชายหัวเราะ à  เค้าเรียกผู้ชายรักสนุก               

ผู้หญิงยิ้ม à เค้าเรียกผู้หญิงน่ารักมีเสน่ห์               

 ผู้ชายยิ้ม à เค้าเรียกผู้ชายโรคจิต (โดยเฉพาะยิ้มเวลามองหญิง)               

ผู้หญิงมีกิ๊ก à เค้าเรียกผู้หญิงหลายใจ               

 ผู้ชายมีกิ๊ก à เค้าเรียกผู้ชายเท่ คารมณ์ดี                

ผู้หญิงพูดมาก à เค้าเรียกผู้หญิงน่าเบื่อ               

ผู้ชายพูดมาก à เค้าเรียกผู้ชายมีวิชาการ               

ผู้หญิงเสียตัว à เค้าเรียกผู้หญิงใจง่าย               

ผู้ชายเสียตัว à เค้าเรียกว่าผู้ชายแมนโครต               

ผู้หญิงบริสุทธิ์ à เค้าเรียกผู้หญิงรักนวลสงวนตัว               

ผู้ชายบริสุทธิ์ à เค้าเรียกผู้ชายไอ้ไก่อ่อน               

นี่คือส่วนหนึ่งความต่าง ที่ไม่แตกต่างระหว่าง ผู้ชาย และ ผู้หญิง                

 

ช่วงแอบรัก หรือเริ่มคบกันใหม่ๆ โลกทั้งโลกต่างเป็นสีชมพูสวยสดงดงามหาใดปาน               

แต่เมื่อเลิกกันแล้ว ต่างคนต่างเห็นโลกเป็นคนละสี โดยส่วนมากฝ่ายที่ถูกบอกเลิกจะเห็นเป็นสีดำ ขอบตาดำเพราะร้องไห้ทั้งคืน เล็บดำเพราะไม่มีกะจิตกะใจจะทำความสะอาด ปากดำเพราะซัดเหล้าบุหรี่ย้อมใจ                

ส่วนคนที่บอกเลิกรึก็เริ่มเห็นโลกเป็นสีชมพูอีกครั้งแล้วล่ะ เนื่องจากเลิกกับคนเก่าเพราะไปคบกับคนใหม่แทน หากยังไม่มีตัวแทนมีหรือที่มันจะเลิก               

ทำไมเวลาเลิกกัน ฝ่ายที่บอกเลิกจะต้องสรรหาคำพูดสวยหรูเลิศอรังการงานสร้างมาด้วย เหตุผลเพื่อให้ตัวเองดูดี แม้จะเป็นคำพูดที่เหมือนกับจะต่อว่าตัวเอง แต่ความหมายก็คือพูดแล้วตัวเองดูดีอะแหละ               

ขอโทษนะ คุณมันดีเกินไป ผม (ฉัน) ไม่เหมาะสำหรับคุณ เราเลิกกันเถอะ                

ดูมันพูด ถ้ารู้ว่ากูดีเกินไป แล้วมึงมาคบกูทำซากไรไอ้หอย ฝ่ายที่ฟังคงอยากพูดอะไรอย่างนี้ออกมาด้วยกันทั้งนั้น แต่ช่วงนั้นอยู่ในอารมณ์ ฉันอยากร้องไห้โว้ย!!                

จริงๆ แล้วถ้าอยากเลิกกัน ไม่จำเป็นต้องพูดให้ดูดีหรอก แค่บอกความจริงกับอีกฝ่าย แบบนี้มันจะทำให้คนที่ถูกบอกเลิกทำใจได้ง่ายกว่าเป็นไหนๆ                

ขอโทษนะ ผมมีคนอื่นแล้ว เราคงไปกันไม่ได้               

 ก็ประมาณนี้ อย่างน้อยๆ กูก็ไม่ดีเกินไปสำหรับมึง ที่เลิกเพราะมีใหม่ ไม่ใช่ความผิดของใคร ที่ดีเกินไปสำหรับใคร บางที โดนอีกฝ่ายที่ถูกบอกเลิกตบเพื่อจบ ก็ไม่เสียหายหรอกจริงมั้ย               

เวลารักกันฝ่ายชายทุกคนล้วนแล้วแต่อยากนอนกับฝ่ายหญิง อันนี้เรื่องจริงนะคะ ไม่ว่าในกรณีที่รักจริงหวังแต่งหรือหลอกเคลมก็เถอะ เพราะเพศชายมีต่อมความต้องการในเรื่องเซ็ก สูงกว่าเพศหญิง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะต้องการปลดปล่อยความต้องการของเขา               

ไม่ใช่คบใครก็นอนกับเขาไปทั่ว เรื่องแบบนี้แม้ห้ามกันไม่ได้ แต่ตัวเราเองสามารถคิดและตัดสินใจเองได้ แม้เขาอยากนอนกับเรามากแค่ไหน หรือเรารักเขาแค่ไหน ก็ควรคิดติตรองให้รอบครอบ ทางที่ดีแต่งงานแล้ว หรือสมารถดูแลตัวเองและหาเงินเลี้ยงตัวเองกับพ่อแม่ได้แล้วนั่นแหละ เกิดพลาดพลั้งขึ้นมาคนที่เสียใจที่สุดก็คือพ่อแม่ ไม่มีใครรักเราได้เท่าพวกท่านหรอก หากรักก็ต้องรอ เมื่อรอไม่ได้มันจะเรียกว่ารักได้งั้นเหรอ?               

วัยรุ่นสมัยนี้บอกตามตรงว่าอินเทรนกันมากมาย แบบตามกระแส เห็นใครมีแฟนก็พามีตามกันเป็นแถวกลัวตกยุค กลัวไม่ทันสมัย                

วัยรุ่นผู้หญิง à หัวข้อคุยโดยส่วนมาก ไม่แฟนก็ผู้ชาย ตามลงมาก็คงเป็นดารานักร้อง หรือสถานที่ท่องเที่ยว                วัยรุ่นผู้ชาย à ห้วข้อคุยโดยส่วนมาก ไม่ผู้หญิงก็เรื่องบนเตียง ตามลงมาก็คงเป็นแฟน ดาราสาว เกมส์ สถานที่เที่ยวกลางคืน กีฬา...               

ตัวอย่างคือแข่งรถซิ่งแบบผาดโผน มันจะโผนทำไมไม่รู้เนอะ รถเขามีไว้ให้นั่งดันนอนขี่ซะงั้น เห็นแล้วก็ระเหี่ยใจ โตขึ้นอยากทำงานเป็นนักกายกรรมหรือไงคะ               

พูดถึงซิ่งรถไม่ใช่แต่พวกผู้ชายนะที่ชอบ ผู้หญิงก็ชอบเหมือนกัน ชอบซ้อนท้าย ชอบกรี๊ดคนขี่ ชอบ แอบหนีออกจากบ้านตอนกลางคืนเพื่อมากรี๊ดผู้ชาย ดารารึก็ไม่ใช่ นักเรียน นักศึกษาทั้งนั้น บางทีอาจต้องเข้าไปกรี๊ดกันในคุกเพราะขับขี่ผิดกฏจราจร ฝ่าไฟแดง ไม่ใส่หมวกกันน็อค (ใส่ยังไงถ้าขี่เกินอัตตรามันก็น็อคอยู่ดี) แต่คนที่กรี๊ดหนักกว่า คือพ่อแม่ พวกท่านไม่กรี๊ดดังหรอก ท่านกรี๊ดในใจ ร้องไห้ก็ร้องในใจ                

 เฮ้ยแข่งกันมั้ยวะ ใครชนะเอาแฟนกูไปนอนได้เลย               

มันใจปล้ำนะเนี่ย แจกแฟนตัวเองให้ไปนอนกับผู้ชายคนอื่น ไม่รู้ว่าพี่แกเอาความมั่นใจมาจากชาติปางไหน หรืออยากโก้ อันนี้ไม่ทราบ แต่เมื่อแพ้ก็ยกแฟนตัวเองให้กับไอ้คนที่ชนะ ผู้หญิงน่ะไม่จำเป็นต้องทำตามหรอก แต่คำตอบที่ได้จากพวกเธอ คือ กลัวเขาไม่รัก โอ๊ยฟังแล้วอยากด่าเป็นภาษาควาย ถ้าเขารักมึงเขาจะยอมยกมึงให้ไปนอนกับคนอื่นเหรอวะ อีโง่!! เพราะมันเบื่อแล้วนะซี่ถึงได้ยกให้ง่ายๆ ไม่รู้จักคิด ลูกผู้หญิงด้วยกันฟังแล้วก็อดสมเพชไม่ได้ รู้จักคิดสักนิด ก็คงจะดีกว่านี้ 

                แต่บางรายไม่ใช่ไม่ขัดขืน เมื่อหลวมตัวมาแล้วการขัดขืนก็เท่ากับรนหาที่เจ็บตัว บางทีปฏิเสธขึ้นมา มีโดนเท้าแน่นอน ข้อแนะนำ               

หนึ่ง = ทำใจให้สงบ เหมือนแม่พระกลับใจ               

สอง = ค่อยๆ หาลู่ทางในการหนี               

 สาม = ดูว่ามีคนที่พอจะช่วยเราได้มั้ย                

 สี่ = เวลามันแข่ง ก็ชิ่งหนีออกมาเลย ถ้าเปลี่ยวนักก็ ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน                

ห้า = อย่าเที่ยวเลยกลางคืน โดยเฉพาะกับผู้ชาย ถึงแม้ไม่อันตราย แต่ใครจะตรัสรู้ได้ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น                 ผู้หญิงช่วงวัยไฮสคูล เป็นช่วงที่หลอกหลวงได้ง่ายที่สุด เท่าที่สังเกต ตั้งแต่วัยนี้ขึ้นไปน้อยนักที่จะไม่เคยมีแฟน (ยกเว้นคนเขียน อยากมีเหมือนกันนะแต่ไม่ยักมีใครเข้ามา =_=)               

ถามเรื่องเพศศึกษาพวกเธอรู้หมด ยิ่งกว่าเรียนในชั่วโมงเสียอีก                

เด็กอายุสิบสองมีแฟน คบแฟน เที่ยวกับแฟน เสียตัวให้แฟน ป๊าด!! ฟังแล้วอกอีแป้นจะแตก หนูจ๋า สิบสองเองนะ อยู่ม.1 เอง ทำไมถึงได้ยอมให้เขาล่ะ               

 เหตุผลของเธอคือ à แฟนแก่กว่า เชี่ยวชาญกว่า คารมณ์ดีกว่า บอกรักเธอทุกวัน ยิ่งตอนอยู่บนเตียงเธอบอกอยากได้อะไรเขาจะซื้อให้เธอหมด เธอจึงยอมตกลงปลงใจ เสียสละความสาวของเธอให้ เพื่อตัวอักษรที่สะกดว่า รอ ไม้หันอากาศ กอ รัก เป็นคำพูดที่ยิ่งใหญ่มาก ฟังแล้วก็อดเสียใจแทนพ่อแม่ไม่ได้               

 ข้อสรุป à พอเสร็จกิจ แล้วลองถามอีกครั้ง คำตอบที่ได้ คือจำไม่ได้ และเราก็เลิกกันเถอะ!                

เพราะฉะนั้น คำว่ารัก และ คำเอาอกเอาใจต่างๆ หากพูดบนเตียงก็เสมือนเป็นแค่ลมปากที่ออกมาเหมือนตดเท่า