การพบว่าตัวเองตื่นมาอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีที่ไหนสักแห่ง โดยก่อนหน้านั้นคุณเข้านอนบนเตียงนุ่มภายในห้องอันแสนอบอุ่นแลดูน่าสบายในปลายฤดูหนาว หลังอ่านนิทานเกี่ยวกับสงครามระหว่าง เผ่านักรบคาเทรอทที่มีความแข็งแกร่งด้านอาวุธพร้อมด้วยกองกำลัง กับเผ่าคนป่าเซเนี่ยมที่มีเพียงกลุ่มคนไม่ถึงครึ่งของเผ่านักรบ แต่กลับมีหัวสมองอันชาญฉลาดทำให้สามารถสู้รบตบมือได้อย่างสูสีแม้จะมีคนน้อยกว่า

 

                ยูเรียส เจสันลอร์ดเซ เด็กสาววัยเพียง 14 ปี นิสัยร่าเริง ยิ้มง่าย อารมณ์ดีอยู่เสมอ และเป็นที่รักใคร่ของใครหลายคนที่คบหาหรือที่รู้จัก ยูเรียสเกิดอาการงุ่นงงเล็กน้อยขณะมองสำรวจภาพบรรยากาศรอบตัวที่เป็นสีเขียวเกือบทั้งหมด ดวงตาสีฟ้าสดใส หรี่มองพลางขยี้ดวงตาทั้งคู่เพื่อให้รู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป แก้มขาวนวลเริ่มแดงระเรืออมชมพู เม็ดเหงื่อไหลซึมเมื่อต้องแสงแดดอันร้อนแรง ยามอาทิตย์ขึ้นกลางศีรษะสาดส่องทอดลงมาโดนตัว พร้อมเกิดคำถามขึ้นในหัว

 

                ที่นี่มันที่ไหน แล้วเรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? แล้วห้องของเราล่ะ บ้านเราล่ะ พ่อกับแม่ทุกคนอยู่ที่ไหน? เป็นคำถามที่ถามกับตัวเองพร้อมกับการสำรวจไปรอบบริเวณอีกครั้ง

 

                เจ้าเป็นใคร? เสียงนุ่มทุ้มต่ำดังจากด้านหลัง ยูเรียสหันไปมองอย่างรวดเร็วด้วยความระมัดระวังภัย เธอลุกพรวดเดินถอยหลังไปสามช่วงก้าวเพื่อมอง เด็กหนุ่มอายุประมาณเธอในชุดชนเผ่าคนป่าโบราณที่เธอเคยเห็นในหนังสือนิทาน เขามีผิวสีเข้ม สะพายกระบอกใส่ลูกธนูและที่มือข้างขวาถือคันธนูทำมืออย่างเหยาบๆ ส่วนอีกข้างเป็นกระตายน้อยสีขาวที่สิ้นชิวิตเสียแล้ว

 

                ใจร้าย ยูเรียสเผลอพูดออกเสียงไม่ทันได้คิด เพราะเธอรู้สึกสงสารเจ้ากระตายน้อยนั่นเหลือเกิน

 

                หืม...หมายถึงไอ้เจ้าเนี่ยอะนะ เจ้านี่แปลกคน ถ้าไม่ฆ่ามัน มนุษย์อย่างพวกเราก็อดตายนะสิ หรือเจ้าไม่เคยฆ่าสัตว์ เด็กหนุ่มขมวดคิ้วถามแสดงสีหน้าสงสัย โดยเฉพาะเครื่องนุ่งห่มแปลกตาเหมือนตัวประหลาดของยูเรียส ซึ่งมันก็คือชุดนอนลายหมี

 

                ยูเรียสส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าเธอไม่เคยฆ่าสัตว์ขนาดใหญ่กว่ามดมาก่อน

 

                เจ้าไม่ใช่คนแถวนี้สินะ หรือเจ้าเป็นคนของเผ่านักรบ? เด็กหนุ่มยิงคำถาม เขาออกอาการขึงขังทันที เมื่อพูดถึงเผ่านักรบที่เป็นศัตรูกับชนเผ่าตัวเอง

 

                ฉะ...ฉันชื่อยูเรียส คะ...คือฉันหลงเข้ามา ฉันอยู่อังกฤษ ฉะ...ฉะ...เฮ้อ ยูเรียสถอนใจ เธอรำคาญอาการตื่นเต้นพูดติดๆ ขัดๆ ของเธอนัก จนทำให้ไม่อยากพูดต่อ

 

                อังกฤษ...งั้นแสดงว่าเธอเป็นคนของชนเผ่านักรบละสิ ออกไปจากที่นี่ซะ เดี๋ยวนี้ ไปซะ!” เด็กหนุ่มตะคอกใส่ ใบหน้าฉายแววโกรธเคืองอย่างรุนแรง

 

                เผ่านักรบบ้าอะไรล่ะ!” ยูเรียสสวนกลับเสียงดังไม่แพ้กัน เธอเกลียดการถูกคนแปลกหน้าตะคอกใส่หน้าเป็นที่สุด แม้เธอจะดูเหมือนเด็กผู้หญิงอังกฤษในปัจจุบันทั่วไป แต่หากมีสิ่งหนึ่งที่เธอไม่เหมือนก็คือ เธอกล้าที่จะผจญภัยและเรียนรู้สิ่งต่างๆ พร้อมการค้นหาคำตอบในสิ่งที่เธอส่งสัย หยุดพล่ามถึงชนเผ่านักรบซะ เกิดนายไม่หยุดละก็ ถึงจะเป็นผู้ชายที่แข็งแรงกว่า ตัวใหญ่กว่า ฉันก็ไม่ยอมหรอกนะ การไม่ชอบใจในบางสิ่งมักทำให้ยูเรียสลืมอาการตื่นเต้นและบ่อยครั้งที่ทำให้ลืมตัวทำบางสิ่งบางอย่างที่บ้าบิ่น

 

                การฆ่าเจ้าไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับข้า เด็กหนุ่มปล่อยกระต่ายในมือลงพื้นพลางเอื้อมหยิบลูกธนู

 

                การถูกนายฆ่าก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับฉันเหมือนกัน ยูเรียสย้อนกลับ หาคิดว่ามันจะเป็นคำหยอกย้อนที่ทำให้คู่สนทนารู้สึกสับสนและน่าขบขันสิ้นดี

 

                หา!”

 

                เอานะ ฉันไม่มีเวลามากหรอก เพราะในเมื่อพรุ่งนี้ฉันจะต้องลุกขึ้นแต่เช้าไปสอบวิชาดนตรีที่แสนเกลียด อืม...มาคิดๆ ดูแล้ว ทำไมฉันถึงได้มาอยู่ที่แห่งนี้ได้นะ ที่ๆ เหมือนกับในนิทานที่ฉันอ่านก่อนนอนเนื่องจากเบื่อฝึกซ้อมเปียโนกับแดดดี้...ว่าแต่นายชื่ออะไรเหรอ การที่เรามาพูดคุยกันอยู่แบบนี้อย่างน้อยก็เป็นพรมลิขิตแน่ๆ หรือฉันฝันไปนะเนี่ย... ช่างเถอะ บอกชื่อของนายมาหน่อยสิ ยูเรียสยื่นหน้าเข้าไปใกล้เด็กหนุ่ม ที่ยืนมองเธอด้วยความสงสัยแกมประหลาดใจว่า ผู้หญิงคนนี้นิสัยพิลึกจัง

 

                ดอล...ดอล แห่งเซเนี่ยม ดอลบอกกับเธอ

 

                ชื่อคล้ายสกุลเงินประเทศฉันเลยแฮะ ยูเรียสกล่าวและยิ้มออกมา

 

                ผู้หญิงพิลึก ดอลเอ่ย เขาเก็บลูกธนูลงที่เดิมของมันแล้วก้มลงคว้ากระต่ายขึ้นมาถือไว้เช่นเดิม

 

                ถ้าฉันพิลึก นายก็ด้วยแหละ โอ๊ย...! แล้วนี่ฉันจะกลับบ้านยังไงเนี่ย ยูเรียสบ่นกระปอดประแปด เงยหน้ามองท้องฟ้า

 

                มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นสิ ดอลเสนอความคิดที่คล้ายกับจะไล่เธอไปให้พ้นๆ

 

                ยูเรียสมองหน้าดอลก่อนเลื่อนสายตาลงมองกระต่ายในมือเขา

 

                ฉันนอนอยู่ในห้อง สงสัยคงต้องหลับอีกครั้งมั้ง นี่ก่อนจากกันในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกัน ฉันขอกระต่ายตัวนั้นได้มั้ย

 

                ข้าไม่ค่อยแน่ใจนะ ว่ายอมรับผู้หญิงอย่างเจ้าเป็นเพื่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ถ้าอยากได้กระต่ายตัวนี้ละก็ ข้าจะให้

 

                นายนี่ใจดีจัง

 

                แล้วเจ้าจะเอามันไปย่างหรือต้มล่ะ ดอลถาม

 

                ฝัง

 

                ฝัง? เจ้าคงไม่ได้หมายถึง...

 

                ความหมายนั้นแหละ

 

                ฝันไปเหอะ กว่าข้าจะล่ามันมาได้ต้องคอยตามมันเกือบทั้งคืน เรื่องอะไรจะยอมให้อาหารของข้าเพื่อให้เจ้าเอาไปฝังกัน ดอลขมวดคิ้วบอกปฎิเสธเสียงเข้ม

 

                ก็ได้ ไม่เอาก็ได้ งั้นฉันขอคันธนูนั่นได้มั้ย

 

                เจ้านี่จริงๆ เลย เอ้า! เอาไปซะ แล้วก็รีบไปให้พ้นๆ หน้าข้าสักที

 

                ดอลส่งคันธนูให้กับยูเรียส เมื่อเธอรับมันมาก็รีบดึงโบว์สีชมพูที่ใช่รัดผมส่งให้เขาเป็นการแลกเปลี่ยน อย่างน้อยเธอจะได้ไม่รู้สึกว่าเอาเปรียบเขามากเกินไป

 

                บางทีเราสองคนอาจได้เจอกันอีก

 

                ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะเจอเจ้าเถอะ

 

                ผู้ชายอะไรไม่น่ารักเลย แบร่!” ยูเรียสแลบลิ้นหลอกตามหลังดอลที่เดินจากเธอไปพร้อมกับโบว์สีชมพู

 

                วันหลังข้าจะจับกระต่ายเป็นๆ มา เจ้าจะได้ไม่ต้องขอมันไปฝัง ดอลตะโกนโดยไม่หันมา แต่น้ำเสียงที่ยูเรียสในยินนั้นมีแววขบขัน แสดงการต้อนรับหากเธอที่อยู่ๆ นอนบนเตียงแล้วหลงเข้ามาในโลกแห่งนี้อีก

 

                อื้อ ไว้เจอกัน ยูเรียสพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทรา ราวกับโดนใครร่ายเวทมนตร์สะกดเพื่อให้หลับใหลอีกครา

 

                คันธนูสีน้ำตาลถูกวางไว้ข้างกายยูเรียสบนเตียงยามเธอตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของวันที่สดใส....

 

 

 

>O< เอาประกวดเรื่องสั้นสองหน้าแล้วชวด เลยเอามาลงให้อ่านเล่นๆ เคอะ

 

By ลูกสาวหมาป่า

Comment

Comment:

Tweet